“คุณพ่อช่วยเลี้ยงลูกได้ ไม่ยากอย่างที่คิด”

Last updated: 31 ม.ค. 2566  |  121 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“คุณพ่อช่วยเลี้ยงลูกได้ ไม่ยากอย่างที่คิด”

“คุณพ่อช่วยเลี้ยงลูกได้ ไม่ยากอย่างที่คิด”“คุณพ่อช่วยเลี้ยงลูกได้ ไม่ยากอย่างที่คิด” 

        
จากการสัมภาษณ์คุณพ่อหลายๆ ท่านพบว่า สิ่งที่คุณพ่อรู้สึกว่ายากที่สุดในการเลี้ยงลูกคือ ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร? ส่วนหนึ่งมาจากแนวคิดที่ถูกบ่มเพาะจากสังคมว่าผู้ชายมีหน้าที่ทำงานหาเงินเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนผู้หญิงมีหน้าที่เลี้ยงลูกทำงานบ้านเป็นช้างเท้าหลัง แต่โลกปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น อัตราการเพิ่มของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวและคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีสูงขึ้น ที่น่าสนใจคือปรากฏการณ์ที่บรรดาคุณพ่อหันมาให้ความสำคัญกับการช่วยเลี้ยงลูก สังเกตได้จากหลากหลายเพจในสื่อเฟซบุ๊คหรือเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่บอกเล่าเรื่องราวของคุณพ่อกับบทบาทการเลี้ยงลูกแบบเต็มตัวและเต็มใจ ซึ่งช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคุณพ่อก็ช่วยเลี้ยงลูกได้ไม่ยากเลย


ทำความเข้าใจ การเลี้ยงลูกนั้นเป็น “งานกลุ่ม” ของครอบครัว ทุกคนต้องช่วยกัน คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกันให้ดีว่าใครควรมีบทบาทหน้าที่อะไร แบ่งงานกันไปตามความเหมาะสม พูดคุยเพื่อวางแผนจัดระบบภายในบ้านให้ลงตัว บางกรณีที่คุณแม่มีความเหมาะสมที่จะออกไปทำงานหารายได้ให้ครอบครัวมากกว่า บทบาทดูแลลูกแบบฟูลไทม์ก็สามารถตกเป็นของคุณพ่อได้เช่นกัน ทุกบทบาทหน้าที่มีความสำคัญและมาพร้อมกับความรับผิดชอบทั้งนั้นค่ะทำได้ทุกอย่าง ในการเลี้ยงทารก คงมีแค่เรื่องให้นมจากเต้าเท่านั้นที่คุณพ่อทำไม่ได้ นอกนั้นคุณพ่อทำได้หมดไม่แพ้คุณแม่ค่ะ ค่อยๆเรียนรู้ไป หมั่นหาความรู้ในการเลี้ยงลูกจากหนังสือ หรือจากเว็บไซต์ต่างๆ เริ่มจากปรับบทบาทเป็นลูกมือให้คุณแม่ คอยบริการช่วยหยิบของให้ หรือแม้กระทั่งทำหน้าที่ช่วยเลี้ยงลูกยามที่คุณแม่ป่วยทำเพื่อเราทุกคน เคล็ดลับในการช่วยเลี้ยงลูกนั้น แท้จริงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาความสัมพันธ์ในชีวิตคู่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมอบความรักความเข้าใจ คอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย เอาใจเขามาใส่ใจเรา ในกรณีที่คุณแม่เหนื่อยจากการเลี้ยงลูกอ่อนแบบ 24 ชั่วโมง คุณพ่อก็สามารถช่วยเลี้ยงลูกได้เช่นกันคู่มือฉบับย่อคุณพ่อมือใหม่เลี้ยงลูกวัยแรกเกิด -  6ขวบช่วงวัย > ทารกแรกเกิด – 6 เดือน :ช่วงวัยนี้อาหารหลักที่สำคัญคือนม นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดและปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ช่วงเลี้ยงลูกอ่อนนี้เป็นช่วงที่สมาชิกทุกคนในบ้านต้องปรับตัวกันขนานใหญ่

โภชนาการ :
อำนวยความสะดวกให้คุณแม่เวลาให้นม ทั้งตอนอยู่ที่บ้านและนอกบ้านดูแลโภชนาการของคุณแม่ทำความสะอาดภาชนะต่างๆ เช่น ขวดนม จุกนมชงนม ป้อนนม จับเรอสภาพแวดล้อม :
ซักผ้าอ้อม และจัดหาผ้าอ้อมให้เหมาะสมตามต้องการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูก เช่น ของเล่น เสื้อผ้าดูแลรักษาบ้านให้สะอาดเรียบร้อยรักษาสุขอนามัยของตัวเอง ก่อนอุ้มลูกหรือสัมผัสลูกควรล้างมือหรือทำความสะอาดร่างกายก่อนทุกครั้งร่างกายและพัฒนาการ :
ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดก้นช่วยอาบน้ำทำความสะอาดลูกน้อยพาลูกไปฉีดวัคซีนตามกำหนดช่วยสลับอุ้มลูกพาลูกไปเดินเล่น หรือช่วยบริหารร่างกายให้ลูกน้อยให้เหมาะสมตามวัยจิตใจและอารมณ์
เล่นกับลูกให้เหมาะกับพัฒนาการตามวัยร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟังกล่อมลูกเข้านอนสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่ดีมีอารมณ์ขัน 
ช่วงวัย > 6 เดือน – 3 ขวบ : ช่วงวัยนี้ลูกเริ่มเปลี่ยนจากนอนเฉยๆ มาเป็นคืบคลาน ไปจนถึงหัดยืนและเดิน รวมถึงเริ่มทานอาหารชนิดอื่นนอกจากนม และเปลี่ยนจากนมเป็นอาหารหลักสามมื้อตามวัย นอกจากนี้ เด็กน้อยในวัยนี้จะเริ่มหัดพูดหัดสื่อสารแล้วด้วย คุณพ่อคุณแม่จะเหนื่อยขึ้น จากบทบาทหน้าที่ที่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับพัฒนาการและการเติบโตของลูก

โภชนาการ :
อำนวยความสะดวกให้คุณแม่เวลาที่ทำอาหารเสริมช่วยจ่ายตลาดซื้อเสบียงอาหารป้อนนม ป้อนอาหาร จับเรอเตรียมอาหารให้พร้อมตามเวลา และเหมาะสมกับวัยของลูก เช่น อาหารบดหยาบ บดละเอียดเริ่มสร้างวินัยในการรับประทานอาหารให้ลูก เช่น ป้อนอาหารเป็นเวลา สภาพแวดล้อม :
ซักผ้าอ้อม และจัดหาผ้าอ้อมให้เหมาะสมตามต้องการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูก เช่น ของเล่น เสื้อผ้าดูแลรักษาบ้านให้สะอาดเรียบร้อยรักษาสุขอนามัยของตัวเอง ก่อนอุ้มลูกหรือสัมผัสลูกควรล้างมือหรือทำความสะอาดร่างกายก่อนทุกครั้งร่างกายและพัฒนาการ :
ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดก้นช่วยแปรงฟัน อาบน้ำให้ลูกเริ่มสอนลูกให้บอกหรือส่งสัญญาณเมื่อขับถ่ายพาลูกไปฉีดวัคซีนตามกำหนดฝึกบริหารร่างกายให้ลูกตามวัยที่เหมาะสม เช่น ฝึกคลาน ฝึกยืน ฝึกเดินพาลูกไปเดินเล่น หรือออกกำลังกายจัดหาของเล่นและชวนทำกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เช่น บล็อกไม้ ปั้นดินน้ำมัน ฯลฯจิตใจและอารมณ์
เล่นกับลูกให้เหมาะกับพัฒนาการตามวัยสอนพูดคำสั้นๆ หรือบทสนทนาง่ายๆเริ่มสอนระเบียบวินัยและการใช้ชีวิตประจำวันร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟังกล่อมลูกเข้านอนสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่ดีมีอารมณ์ขัน 
ช่วงวัย > 2 – 6 ขวบ :ลูกเริ่มพูดคุยสื่อสารได้เก่งขึ้น เดินวิ่งคล่องขึ้น เริ่มแสดงตัวตนที่ชัดเจน มีความเป็นตัวเองซึ่งรวมถึงอาการดื้อรั้น และซุกซนมากขึ้น รับประทานอาหารได้มากและหลากหลายขึ้น  เริ่มเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับโลกและสังคมรอบตัวที่นอกเหนือจากคนในครอบครัวมากขึ้น 

โภชนาการ :
อำนวยความสะดวกให้คุณแม่ในการทำอาหาร เช่น ช่วยจัดเตรียม หรือช่วยดูแลลูกเพื่อให้คุณแม่มีเวลาไปเตรียมอาหาร หรือาจสลับบทบาทหน้าที่กัน คุณพ่อเป็นฝ่ายเข้าครัวก็ได้ช่วยจ่ายตลาดซื้อเสบียงอาหารจัดเตรียมอาหารให้พร้อมตามเวลา และสร้างวินัยในการรับประทานอาหารให้ลูก เช่น รับประทานอาหารพร้อมกันเป็นเวลา หรือสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารสภาพแวดล้อม :
สร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยระมัดระวังอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นภายในบ้าน เช่น ปลั๊กไฟ บันได เริ่มสอนลูกให้ระวังอันตรายจากคนแปลกหน้า หรืออุบัติเหตุจากการเล่นนอกบ้านไม่ปล่อยลูกให้คลาดสายตาเมื่อออกนอกบ้านก่อนถอยรถเข้าออกรั้วบ้านต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าลูกไม่อยู่ในเส้นทางร่างกายและ

พัฒนาการ :
เริ่มสอนและปลูกฝังสุขอนามัยพื้นฐานให้ลูก เช่น การแปรงฟัน อาบน้ำ ดูแลความสะอาดให้ร่างกาย การรักษาสุขภาพเบื้องต้นฝึกลูกขับถ่ายที่กระโถนหรือห้องน้ำพาลูกไปฉีดวัคซีนตามกำหนดชวนลูกออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่งไล่จับ ขี่จักรยาน เตะฟุตบอลจัดหาของเล่นและชวนทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เช่น วาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน เล่นบทบาทสมมุติฯลฯจิตใจและอารมณ์
สอนพูดคำสั้นๆ หรือบทสนทนาต่างๆ เพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวันปลูกฝังระเบียบวินัยและการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อดูแลตัวเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นเล่านิทาน อ่านหนังสือ และเล่นกับลูกเป็นประจำสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่ดีภายในบ้านเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการจัดการกับอารมณ์และสถานการณ์ต่างๆ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก- http://www.thaichilddevelopment.com  และ http://www.bellybelly.com.au

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้