10 ข้อห้ามในการเลี้ยงเด็กทารก มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

Last updated: 13 มี.ค. 2566  |  3915 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 ข้อห้ามในการเลี้ยงเด็กทารก มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

1. ห้ามเขย่าตัวเด็กทารก

   พ่อแม่บางคนอาจใช้วิธีการเขย่าลูกเวลาที่ลูกร้องไห้มากๆ แต่การทำเช่นนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายของทารกอย่างมาก เพราะมีผลทำให้เส้นเลือดในสมองหรือดวงตาฉีกขาด จอประสาทตาหลุดลอก และอาจจะลามไปเป็นแผลที่ใหญ่ภายในสมองของลูก ดังนั้นห้ามเขย่าตัวลูกเด็ดขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

2. ห้ามจับทารกเหวี่ยง

   การเหวี่ยงลูกไป-มาอาจสร้างเสียงหัวเราะและดูเหมือนจะสนุกสนานไปด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การจับลูกเหวี่ยง โดยเฉพาาะจับที่แขนหรือขาแล้วเหวี่ยงนั้น สามารถเป็นอันตรายต่อลูกได้ง่ายมาก เพราะจะทำให้ข้อต่อต่างๆเคลื่อนหรืออาจกระดูกหักได้เลยทีเดียว 

3. ห้ามออกนอกบ้านก่อน 3 เดือน

   เนื่องจากภูมิคุ้มกันและระบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกของลูกน้อยยังทำงานไม่เต็มที่ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กออกนอกบ้านก่นอายุครบ 3 เดือน (ยกเว้นไปตามนัดแพทย์) รวมถึงการเดินทางไปที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆหรือแออัด ไม่เช่นนั้นอาจจะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ร่างกายของลูกติดเชื้อและเจ็บป่วยด้านอื่นๆแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด

4. ห้ามหอมทารก

   ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นตัวนำพาเชื้อโรคชั้นดีมาให้เด็ก โดยเชื้อโรคบางชนิดอาจไม่แสดงอาการในผู้ใหญ่ เพราะมีภูมิคุ้มกันดีกว่า แต่พอส่งต่อมาให้ทารกแรกเกิดที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำก็อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งการหอมแก้ม จูบปากทารก นอกจากจะทำให้ลูกน้อยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และมือเท้าปากแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อรุนแรง เช่น RSV, 4S, เริม, หัดและอีสุกอีใสได้อีกด้วย และแม้ไม่ใช่เด็กแรกเกิดก็ไม่ควรจะไปหอมแก้มลูกคนอื่นโดยพลการ หากเป็นสมาชิกในครอบครัวควรให้ผ่าน 3 เดือนแรกไปก่อนจะดีกว่า

5. ห้ามกินอาหารเสริมก่อนถึงวัย 6 เดือน

      สำหรับเด็กแรกคลอด ระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ จึงไม่ควรให้กินอาหารอย่างอื่นนอกจากนมแม่ จนกว่าจะถึงวัยที่รับประทานเสริมอื่นๆได้ เพราะนอกจากจะไม่ได้รับสารอาหารเพิ่มเติมอย่างที่คิดแล้ว ยังเกิดผลกระทบทำให้ไม่สามารถย่อยได้ จนเกิดอาการลำไส้อุดตัน ลำไส้เน่าตามมาได้ 

6. ห้ามให้ทารกแรกเกิดหลับด้วยท่านอนคว่ำ

   Sudden Infant Death Syndrome เป็นอาการที่น่ากลัวและเกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับทารกที่นอนคว่ำหน้า ซึ่งท่านอนดังกล่าวจะเสี่ยงให้ลูกไหลตายหรือเสียชีวติจากการขาดอากาศหายใจได้ ดังนั้นเวลาที่ลูกนอนหลับ คุณแม่ควรจับวางในท่านอนหงาย ลูกจะสามารถหายใจเอาออกออกซิเจนเข้าไปได้ดีกว่า และเมื่อลูกตื่นค่อยฝึกให้นอนคว่ำ เพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหวของลูก ฝึกการใช้กล้ามเนื้อคอ แขน ขา และลำตัว

7. ห้ามดัดขาทารก

   ตามความเชื่อฉบับคุณย่าคุณยาย การป้องกันขาโก่งของเด็กๆต้องใช้วิธีดัดขาหลังอาบน้ำบ้างล่ะ หรือไม่ยอมให้ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพราะจะทำให้ขาโก่งมากยิ่งขึ้น ความเชื่อเหล่านี้ไม่เป็นความจริงเลย เพราะการดัดขาทารกนั้นไม่สามารถสร้างแรงกดกับกระดูกขาได้ ทำให้ลูกเจ็บเสียเปล่าๆเช่นเดียวกับการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ก็ไม่ได้มีผลให้ขาโก่ง ทว่าแพทย์แนะนำให้ใส่เพื่อเป็นการรักษษภาวะข้อสะโพกเคลื่อนได้

8. ห้ามตกแต่งเตียงนอนทารกแรกเกิดมากจนเกินไป

   คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนคงกำลังงงว่าทำไมถึงไม่ควรตกแต่งเตียงของลูกให้สวยงาม น่ารัก เพราะไม่น่าจะเป็นอันตรายกับลูก แต่ในความจริงแล้วหากตกแต่งเตียงนอนลูกด้วยตุ๊กตา หมอน หมอนข้าง ผ้าห่ม ให้ดูนุ่มฟูน่านอน อาจจะทำให้เด็กซุกอยู่กับเครื่องนอนอย่างใดอย่างหนึ่งมาก จนทำให้เกิดเหตุการณ์หายใจไม่ออกขึ้นมาและอาจทำให้ลูกเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้นแค่วางหมอน 1 ใบ และผ้าห่มบาง ๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับเตียงของทารกวัยแรกเกิด

9. ห้ามจับทารกในขณะที่มือสกปรก

   การไม่ล้างมือคือตัวการสำคัญที่จะนำเชื้อโรคต่าง ๆ ไปสู่ลูกน้อยได้อย่างง่ายดายที่สุด โดยเฉพาะกับเด็กทารกยิ่งต้องระวังเป็น 2 เท่า โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำว่า ก่อนสัมผัสหรืออุ้มเด็กทารกควรทำความสะอาดโดยการล้างมือก่อน รวมถึงอุปกรณ์ ของใช้ ของเล่นทารก ก็ควรล้างให้สะอาดเช่นกันค่ะ เพื่อป้องกันแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับสุขภาพของลูกได้

10. ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

   ผิวหนังของทารกบอบบางมาก อาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู น้ำยาซักผ้า หรือข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ จึงควรเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพื่อความอ่อนโยนต่อผิว และควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์แรงและมีสารตกค้างสูง โดยเฉพาะแป้งเด็ก ควรตรวจสอบว่ามีสารต้องห้ามอย่าง ทัลคัม ด้วยหรือเปล่า ห้ามทาให้ลูกเลยนะคะ

 

   เมื่อได้ทราบข้อห้ามในการเลี้ยงเด็กทารกแล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจและระมัดระวังกันมากขึ้นนะคะ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและความปลอดภัยต่อลูกน้อยของท่าน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้